การป้องกันเห็บ


การป้องกันเห็บ
วงจรชีวิตของเห็บ
เห็บโดยส่วนมากจะพบบนตัวสุนัข แต่ก็สามารถพบบนสัตว์อื่นๆ เช่น แมว หรือคนได้ ในประเทศไทยมีหลายสายพันธุ์มีโฮสต์จำเพาะแตกต่างกัน วงจรชีวิตของเห็บนั้นจะอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อม เกิดการลอกคราบและการวางไข่ตามพงหญ้า ดิน โคนต้นไม้ และจะขึ้นบนตัวสัตว์เลี้ยงเพื่อกินเลือดเป็นครั้งคราว พบการระบาดมากในฤดูฝนและฤดูร้อนมากกว่าปกติ เนื่องจากอุณหภูมิและความชื้นเหมาะสมต่อการฟักไข่ และเห็บสามารถอยู่รอดได้โดยไม่กินเลือดได้นานเป็นปีๆ
หากสุนัขออกไปเดินตามหญ้าสูง หรือที่อับชื้น เห็บที่อาศัยอยู่ตรงนั้นก็จะใช้เท้าเกี่ยวตามขนหรืออุ้งเท้าของสุนัข เนื่องจากเห็บไม่สามารถกระโดดหรือบินได้ หรือบางครั้งสุนัขอาจจะไปดมหรือคุ้ยเศษหญ้า เห็บก็จะติดขึ้นมาตามใบหน้าได้ บางตัวอาจจะเผลอกินเห็บเข้าไป
อาการ
• อาการเฉพาะที่ : ถ้าหากมีการดึงเห็บผิดวิธี จะทำให้เขี้ยวของเห็บฝังอยู่ในผิวหนังสุนัข อาจจะทำให้เกิดอาการคัน หรือเป็นผื่นแพ้ที่ผิวหนังตามมาได้
• อาการทางระบบ : หากสุนัขถูกเห็บกัด หรือบังเอิญกินเห็บเข้าไป อาจเกิดการติดเชื้อริกเกตเซีย (rickettsia) ซึ่งเป็นสาเหตุของพยาธิเม็ดเลือดได้ ในเมืองไทยยังไม่พบรายงานการติดเชื้อจากเห็บสุนัขในคนแต่พบรายงานจำนวนมากในต่างประเทศ การติดเชื้อพยาธิเม็ดเลือดมีความรุนแรงของโรคหลายระดับขึ้นกับภูมิต้านทานของร่างกาย และความรุนแรงของเชื้อที่ติดจากเห็บ อาการของพยาธิเม็ดเลือดที่อาจจะพบได้ เช่น
- ซึม มีไข้ เบื่ออาหาร
- เหงือกสีซีด เนื่องจากมีภาวะโลหิตจาง
- เลือดออกง่าย เลือดหยุดไหลยาก
- มีจ้ำเลือดที่ผิวหนังตามท้อง
- ต่อมน้ำเหลืองโต
การรักษา
หากพบเห็บบนตัวสัตว์เลี้ยงควรปฏิบัติดังนี้ ให้เก็บเห็บออกให้เร็วที่สุด หรือทันทีที่พบ โดยวิธีการดึงเห็บออกจากตัวสุนัขที่ถูกต้องคือการใช้ที่คีบหรือแหนบคีบออก โดยพยายามคีบที่ตัวเห็บให้ชิดผิวหนังที่สุด และค่อยๆ ดึงออกเบาๆ ห้ามบิดหมุนหรือดึงออกอย่างแรงเพราะมีโอกาสที่เขี้ยวของเห็บจะขาดและฝังที่ผิวหนังสัตว์เลี้ยง ก่ออาการแพ้ตามมาได้ หลังจากดึงเสร็จแล้วไม่ควรใช้มือบี้เห็บ หรือโยนทิ้งในสิ่งแวดล้อม และควรล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
แต่ถ้าหากเห็บมีปริมาณมากเกินกว่าจะจับออกด้วยวิธีการดึงได้ ให้ใช้วิธีการอาบน้ำยาแช่ทิ้งไว้ ร่วมกับการได้รับยาป้องกัน โดยวิธีที่เหมาะสมควรปรึกษาสัตวแพทย์ร่วมด้วยเพื่อให้ผลการรักษาที่ดีที่สุด
การป้องกัน

• การป้องกันบนตัวสัตว์เลี้ยง : ในปัจจุบันมีรูปแบบการป้องกันเห็บหลายรูปแบบให้เลือกใช้ โดยขึ้นกับความต้องการ ความสะดวก งบประมาณ และความเสี่ยงในการติดเห็บ สามารถปรึกษากับสัตวแพทย์ถึงรูปแบบการป้องกันที่เหมาะสมได้
• แบบยาหยอด ความถี่ประมาณ 1 เดือน/ครั้ง บางชนิดมีข้อจำกัดคืองดอาบน้ำหลังหยอด 2 วัน
• แบบยากิน ความถี่ 1 เดือน หรือ 3 เดือน/ครั้ง
• แบบปลอกคอสวม ระยะเวลาในการป้องกันขึ้นกับแต่ละผลิตภัณฑ์ ประมาณ 3 เดือน
• แบบน้ำยาอาบน้ำหรือสเปรย์พ่น ส่วนมากไม่มีฤทธิ์ในการป้องกันระยะยาว หวังผลให้เห็บที่อยู่บนตัวสุนัขตายหรือหลุดออก
• การป้องกันในสิ่งแวดล้อม : เนื่องจากเห็บอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ ดังนั้นการป้องกันที่ได้ผลที่สุดคือการหลีกเลี่ยงไม่ให้สัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้าน แต่ถ้าไม่สามารถทำได้แนะนำให้ปฏิบัติดังนี้
• ตัดหญ้าบริเวณสนามให้สั้น อย่าให้มีพงหญ้าสูง หรือพุ่มไม้สูงรก หรืออับชื้น
• กำจัดเศษใบไม้ตามโคนต้นไม้ใหญ่ให้สะอาดเป็นประจำ
• ใช้น้ำยากำจัดเห็บราดตามพื้นบ้านด้านนอกหรือบริเวณจุดอับชื้น หรือที่สนามหญ้า
• หลังจากสัตว์เลี้ยงออกไปนอกบ้านต้องตรวจสอบอุ้งเท้า บริเวณใบหน้า ในหู และหางว่ามีเห็บหรือไม่ ถ้ามีต้องกำจัดทันทีอย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะเห็บอาจจะลงจากตัวสัตว์มาแพร่เชื้อในบ้านได้
บทความโดย : สพ.ญ. นิรชรา ชมท่าไม้ (คลินิกอายุรกรรม, คลินิกระบบประสาท โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก)
บรรณานุกรม : http://www.animalpicture.online/wp-content/uploads/thon/tick-bite-dog-pictures-hd-tick-bite-pictures-tick-inflammation-300ppi-flea-ticks-dogs-of-tick-bite-dog-pictures-1024x600.jpg


