โรคเนื้องอกระบบสือบพันธุ์ในสุนัข

เนื้องอกระบบสืบพันธุ์ติดต่อหรือ Canine transmissible venereal tumor
เคสตัวอย่าง / อาการและการวินิจฉัย

[ภาพความผิดปกติของอวัยวะเพศ มีอาการบวมมากกว่าปกติ มองไม่เห็นว่าเป็นก้อนเนื้องอกจากภายนอก]
สุนัขพันธุ์ผสมเพศเมีย ยังไม่ทำหมัน อายุประมาณ 5 ปี มาด้วยอาการมีก้อนเนื้อขนาดใหญ่ที่อวัยวะเพศ เจ้าของสังเกตว่าก้อนโตขึ้นเรื่อยๆ ในระยะเวลา 1 เดือน และเริ่มมีเลือดสดไหลออกมาในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา จากการสอบถามประวัติเพิ่มเติม เป็นสุนัขเลี้ยงปล่อย อยู่แถวโรงงาน ไม่แน่ใจระยะเวลาการเป็นสัดหรือประวัติการผสม แต่ไม่เคยท้อง หรือฉีดยาคุม สุนัขยังร่าเริง ปัสสาวะอุจจาระได้ตามปกติ
จากการตรวจร่างกายพบก้อนเนื้อขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20-30 ซม. ผิวขรุขระและมีก้าน (stalk) โดยพบตั้งแต่อวัยวะเพศด้านนอก (vulva) จนไปถึงช่องคลอด (vagina) สัตวแพทย์ได้ทำการตรวจเซลล์จากก้อนเนื้อ พบเซลล์เนื้องอกลักษณะรูปร่างกลม (round cell tumor) ขนาดใหญ่ นิวเคลียสกลม โครมาตินหยาบ พบแวคคิวโอลในไซโทพลาซึม จากผลตรวจดังกล่าวจึงสามารถวินิจฉัยได้ว่าสุนัขตัวนี้เป็นเนื้องอกระบบสืบพันธุ์ติดต่อหรือที่เรียกกันว่า Canine transmissible venereal tumor (CTVT) นอกจากนี้สุนัขยังได้รับการตรวจเลือด (complete blood count & blood chemistry test), ตรวจน้ำปัสสาวะ (urinalysis), เอกซเรย์และอัลตราซาวด์ จากผลการตรวจเลือดพบว่ามีภาวะโลหิตจางในระดับปานกลางจากการสูญเสียเลือดออกทางอวัยวะเพศ
ผลปัสสาวะพบเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวค่อนข้างมาก มีแบคทีเรียเล็กน้อย บ่งบอกถึงการติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะ (Urinary tract infections) ผลเอกซเรย์ช่องอกและช่องท้องปกติ ไม่พบการแพร่กระจายของเนื้องอกหรือนิ่วที่ท่อทางเดินปัสสาวะ ผลอัลตราซาวด์พบว่ามีก้อนเลือดและการอักเสบค่อนข้างมากแทรกตัวอยู่ในก้อนเนื้องอก

[ภาพแสดงลักษณะทางพยาธิวิทยาของเซลล์เนื้องอก (CTVT)]
แหล่งที่มาของภาพ : https://www.divulgatum.com/2015/12/the-unleashed-cancer.html
สาเหตุ
เนื้องอกระบบสืบพันธุ์ติดต่อหรือ Canine transmissible venereal tumor (CTVT) จัดเป็นเนื้องอกชนิดร้ายแรงหรือมะเร็ง มีอัตราการแพร่กระจายต่ำ ประมาณ 5% โดยเฉพาะบริเวณต่อมน้ำเหลือง ไต ม้าม ตับ ตา สมอง กระดูก เป็นต้น เนื้องอกชนิดนี้พบได้ในกลุ่มสุนัข (Canis familiaris) โดยเฉพาะสุนัขจรจัดและสุนัขป่า พบได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย ไม่จำกัดสายพันธุ์ เนื้องอกชนิดนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ตามตำแหน่งการเกิด คือ
1. Genital transmissible venereal tumor (genital TVT)
รอยโรคมักเกิดที่อวัยวะเพศ ติดต่อโดยการผสมพันธุ์ ผ่านทางเยื่อเมือกที่มีการบาดเจ็บหรือถลอก ทำให้เกิดการฝังตัวของเซลล์เนื้องอกได้ง่าย เนื้องอกประเภทนี้โน้มนำทำให้เกิดการติดเชื้อย้อนกลับที่ท่อทางเดินปัสสาวะหรือทำให้ปิดรูทางเดินปัสสาวะได้ ซึ่งสัตว์จะแสดงอาการปัสสาวะลำบากจากการโดนก้อนเนื้อเบียด ลักษณะก้อนเนื้อชนิดนี้คล้ายดอกกะหล่ำ (cauliflower-like mass) เป็นปุ่มยื่นยาวหรือมีหลายก้อน เปราะและแตกง่าย จึงมักพบเลือดออกอยู่ที่ก้อนเนื้อเป็นประจำ
2. Extragenital transmissible venereal tumor (extragenital TVT)
มีรอยโรคนอกเหนือไปจากอวัยวะเพศ เช่น ช่องปาก โพรงจมูก เยื่อบุตา และผิวหนัง เนื้องอกชนิดนี้ติดต่อโดยการสัมผัส การเลีย การสูดดม และทางบาดแผล ทำให้สัตว์แสดงอาการจาม เลือดกำเดาไหล น้ำตาไหล หรือมีกลิ่นปาก
การรักษา
การรักษาเนื้องอกชนิดนี้มีหลายวิธี เช่น การให้เคมีบำบัด (Chemotherapy), การฉายรังสี (Radiotherapy), การผ่าตัดศัลยกรรม และการรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ซึ่งแต่ละวิธีตอบสนองต่อเนื้องอกและระยะเวลาในการกลับมาเป็นซ้ำต่างกัน
ทางสัตวแพทย์ได้เลือกทำการรักษาเนื้องอกชนิดนี้ด้วยวิธีเคมีบำบัด ซึ่งเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดสำหรับมะเร็งชนิดนี้ โดยใช้ยา Vincristine sulfate ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มวินคาแอลคาลอยด์ (Vinca alkaloids) ตัวยาจะไปยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งไม่สามารถเจริญเติบโตได้ โดยจะต้องทำการให้เคมีบำบัดจนกว่าจะตรวจไม่พบเซลล์เนื้องอกชนิดนี้อีกเลยจากการตรวจเซลล์ช่องคลอด (vaginal swab) ในทางปฏิบัติพบว่าก้อนเนื้องอกมีขนาดเล็กลงจนเห็นได้ชัดตั้งแต่เข็มที่ 2 ตลอดระยะเวลาที่ได้รับเคมีบำบัด สุนัขจะได้รับยาบำรุงเลือด สารน้ำ และมีการตรวจเลือดเพื่อเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่เกิดจากการได้รับเคมีบำบัด ในช่วงแรกของการรักษาสุนัขได้รับยาฆ่าเชื้อ ยาลดอักเสบ และยาลดปวดสำหรับรักษาโรคติดเชื้อที่ทางเดินปัสสาวะร่วมด้วย ซึ่งในบางเคสอาจจะไม่พบอาการแทรกซ้อนดังกล่าว
หลังจากรักษาหายแล้วยังจำเป็นที่จะต้องกลับมาตามนัดตรวจมะเร็งและติดตามอาการกับสัตวแพทย์เป็นระยะ การพยากรณ์โรคเนื้องอกชนิดนี้ค่อนข้างดี สัตว์ตอบสนองต่อการรักษา มีจำนวนน้อยที่เกิดอาการดื้อยาเคมีบำบัด นอกจากนี้ทางสัตวแพทย์ได้แนะนำให้เจ้าของพาสุนัขมาทำหมัน แม้จะไม่มีผลต่อการรักษาแต่ก็ช่วยลดพฤติกรรมการผสม ซึ่งเป็นช่องทางการติดต่อของเนื้องอกชนิดนี้ได้
บรรณานุกรม
1. Vail M.D., Page R., Ofri R. and Withrow J.S., Withrow and MacEwen's Small Animal Clinical Oncology, 5th ed. St. Louis, Saunders Elsevier; 2007: 800-803.
2. Ganguly B., Das U. and Das A.K., Canine transmissible venereal tumour: a review. VCO. 2013; 14(1): 1-12.
3. Stockmann D., Ferrari F.H., Andrade L.A., Lopes A.R., Cardoso C.T. and Luvizotto C.R.M., Canine Transmissible Venereal Tumors: Aspects Related to Programmed Cell Death. BJVP. 2011; 4(1): 67-75.
4. อารยาพร มคธเพศ., เคมีบำบัดในสุนัข, พิมพ์ครั้งที่ 1, ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2560.
บทความโดย : สพ.ญ. พัชรียา โนมายา (คลินิกอายุรกรรมและเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก)


