โรคทอกโซพลาสโมซิสในแมว (Toxoplasmosis)
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2026
38 ผู้เข้าชม

สาเหตุ
โรคทอกโซพลาสโมซิสเกิดจากเชื้อโปรโตซัว Toxoplasma gondii พบครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1908 โดยมีแมวเป็นโฮสต์หลัก (definitive host) ส่วนสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ เป็นโฮสต์ที่ติดโดยบังเอิญ (intermediate host)
เชื้อนี้สามารถเข้าสู่เซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดและมีการแบ่งตัวโดยไม่อาศัยเพศภายในเซลล์นั้นจนทำให้เซลล์ถูกทำลายในที่สุด ในสัตว์ที่มีระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายสูง การแบ่งตัวจะถูกยับยั้ง แต่จะเกิดเป็นระยะซีสต์แฝงอยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายโฮสต์ ซึ่งสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานตลอดชีวิตของโฮสต์
สัตว์สามารถติดเชื้อนี้ได้จากการกินเชื้อในทุกระยะโดยบังเอิญ หรืออาจติดเชื้อผ่านทางรก นอกจากนี้แมวยังสามารถติดเชื้อผ่านทางน้ำนมได้
ส่วนใหญ่แมวจะติดเชื้อจากการกินหนูหรือสัตว์ขนาดเล็กที่มีเชื้อระยะซีสต์แฝงอยู่ในเนื้อเยื่อ เมื่อแมวกินเข้าไปจะเกิดการแบ่งตัวในเซลล์บุผนังลำไส้ และขับเชื้อออกมากับอุจจาระภายใน 3-21 วัน เชื้อระยะที่ปล่อยออกมากับอุจจาระแมวนี้เรียกว่า โอโอซิสต์ (oocysts) ซึ่งสามารถทนทานอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานเป็นปีและทนต่อยาฆ่าเชื้อ
อาการ
ส่วนใหญ่แมวที่ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการผิดปกติให้เจ้าของเห็น แต่เชื้อบางสายพันธุ์อาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่รุนแรง และบางสายพันธุ์อาจชอบทำลายอวัยวะใดเป็นพิเศษ เช่น มักก่อให้เกิดรอยโรคที่ตา ทำให้แมวมีความผิดปกติที่ตา ในแมวที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น แมวป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือแมวที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน อาจแสดงอาการของโรคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การติดเชื้อแบบเรื้อรังพบได้ในแมวที่แสดงอาการผิดปกติอย่างเรื้อรังในหลายระบบของร่างกาย ได้แก่ ม่านตาอักเสบ (uveitis), มีไข้, กล้ามเนื้อไวต่อความเจ็บปวด (muscle hyperesthesia), กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (myocarditis) ร่วมกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ, น้ำหนักตัวลด, เบื่ออาหาร, ชัก, เดินเซ, ดีซ่าน, ท้องเสีย, หายใจลำบาก หรือตับอ่อนอักเสบ
การป้องกัน
การป้องกันแมวไม่ให้ติดเชื้อสามารถทำได้โดยการเลี้ยงแมวระบบปิดไว้แต่ในบ้าน ไม่ปล่อยให้ออกข้างนอก ป้องกันไม่ให้แมวมีโอกาสล่าเหยื่อหรือกินเนื้อสัตว์ดิบ รวมถึงกำจัดแมลงสาบ เนื่องจากแมลงสาบสามารถพาเชื้อในระยะโอโอซิสต์มาปนเปื้อนได้
โรคนี้จัดเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (zoonosis) ที่สำคัญ โดยเฉพาะในสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งหากติดเชื้ออาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารก เช่น ลูกเสียชีวิตในครรภ์ แท้ง โรคระบบประสาท และโรคตา ดังนั้นจึงต้องป้องกันการติดเชื้อโดย:
• ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ และไม่ใช้มือสัมผัสเนื้อสัตว์ดิบโดยตรงเวลาเลือกซื้ออาหาร
• สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดกระบะทรายแมว หรือสวมถุงมือทุกครั้งขณะทำความสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อโอโอซิสต์จากอุจจาระแมว
ที่มา : รสมา ภู่สุนทรธรรม, เวชศาสตร์โรคแมว, 2561, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทความโดย : สพ.ญ. นิรชรา ชมท่าไม้ (คลินิกอายุรกรรม, คลินิกระบบประสาท โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก)
โรคทอกโซพลาสโมซิสเกิดจากเชื้อโปรโตซัว Toxoplasma gondii พบครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1908 โดยมีแมวเป็นโฮสต์หลัก (definitive host) ส่วนสัตว์ที่มีกระดูกสันหลังอื่นๆ เป็นโฮสต์ที่ติดโดยบังเอิญ (intermediate host)
เชื้อนี้สามารถเข้าสู่เซลล์สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดและมีการแบ่งตัวโดยไม่อาศัยเพศภายในเซลล์นั้นจนทำให้เซลล์ถูกทำลายในที่สุด ในสัตว์ที่มีระดับภูมิคุ้มกันของร่างกายสูง การแบ่งตัวจะถูกยับยั้ง แต่จะเกิดเป็นระยะซีสต์แฝงอยู่ในเนื้อเยื่อต่างๆ ของร่างกายโฮสต์ ซึ่งสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานตลอดชีวิตของโฮสต์
สัตว์สามารถติดเชื้อนี้ได้จากการกินเชื้อในทุกระยะโดยบังเอิญ หรืออาจติดเชื้อผ่านทางรก นอกจากนี้แมวยังสามารถติดเชื้อผ่านทางน้ำนมได้
ส่วนใหญ่แมวจะติดเชื้อจากการกินหนูหรือสัตว์ขนาดเล็กที่มีเชื้อระยะซีสต์แฝงอยู่ในเนื้อเยื่อ เมื่อแมวกินเข้าไปจะเกิดการแบ่งตัวในเซลล์บุผนังลำไส้ และขับเชื้อออกมากับอุจจาระภายใน 3-21 วัน เชื้อระยะที่ปล่อยออกมากับอุจจาระแมวนี้เรียกว่า โอโอซิสต์ (oocysts) ซึ่งสามารถทนทานอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานเป็นปีและทนต่อยาฆ่าเชื้อ
อาการ
ส่วนใหญ่แมวที่ติดเชื้ออาจไม่แสดงอาการผิดปกติให้เจ้าของเห็น แต่เชื้อบางสายพันธุ์อาจก่อให้เกิดอาการผิดปกติที่รุนแรง และบางสายพันธุ์อาจชอบทำลายอวัยวะใดเป็นพิเศษ เช่น มักก่อให้เกิดรอยโรคที่ตา ทำให้แมวมีความผิดปกติที่ตา ในแมวที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น แมวป่วยด้วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือแมวที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน อาจแสดงอาการของโรคได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
การติดเชื้อแบบเรื้อรังพบได้ในแมวที่แสดงอาการผิดปกติอย่างเรื้อรังในหลายระบบของร่างกาย ได้แก่ ม่านตาอักเสบ (uveitis), มีไข้, กล้ามเนื้อไวต่อความเจ็บปวด (muscle hyperesthesia), กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (myocarditis) ร่วมกับหัวใจเต้นผิดจังหวะ, น้ำหนักตัวลด, เบื่ออาหาร, ชัก, เดินเซ, ดีซ่าน, ท้องเสีย, หายใจลำบาก หรือตับอ่อนอักเสบ
การป้องกัน
การป้องกันแมวไม่ให้ติดเชื้อสามารถทำได้โดยการเลี้ยงแมวระบบปิดไว้แต่ในบ้าน ไม่ปล่อยให้ออกข้างนอก ป้องกันไม่ให้แมวมีโอกาสล่าเหยื่อหรือกินเนื้อสัตว์ดิบ รวมถึงกำจัดแมลงสาบ เนื่องจากแมลงสาบสามารถพาเชื้อในระยะโอโอซิสต์มาปนเปื้อนได้
โรคนี้จัดเป็นโรคติดต่อจากสัตว์สู่คน (zoonosis) ที่สำคัญ โดยเฉพาะในสตรีตั้งครรภ์ ซึ่งหากติดเชื้ออาจก่อให้เกิดความผิดปกติต่อทารก เช่น ลูกเสียชีวิตในครรภ์ แท้ง โรคระบบประสาท และโรคตา ดังนั้นจึงต้องป้องกันการติดเชื้อโดย:
• ไม่รับประทานอาหารสุกๆ ดิบๆ และไม่ใช้มือสัมผัสเนื้อสัตว์ดิบโดยตรงเวลาเลือกซื้ออาหาร
• สตรีมีครรภ์ควรหลีกเลี่ยงการทำความสะอาดกระบะทรายแมว หรือสวมถุงมือทุกครั้งขณะทำความสะอาด เพื่อป้องกันการติดเชื้อโอโอซิสต์จากอุจจาระแมว
ที่มา : รสมา ภู่สุนทรธรรม, เวชศาสตร์โรคแมว, 2561, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
บทความโดย : สพ.ญ. นิรชรา ชมท่าไม้ (คลินิกอายุรกรรม, คลินิกระบบประสาท โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก)
บทความที่เกี่ยวข้อง


