ภาวะชักไม่ใช่เรื่องเล่นๆ
อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2026
41 ผู้เข้าชม

ภาวะชัก (seizure) เป็นภาวะความผิดปกติที่พบได้บ่อยทั้งในสุนัขและแมว เราสามารถพบได้หลายรูปแบบทั้งมีความรุนแรงเล็กน้อย หรืออาจจะรุนแรงมากจนเสียชีวิตได้ ดังนั้นทางเจ้าของสุนัขและแมวจึงควรรู้จักอาการและหมั่นสังเกตอาการของสุนัขและแมวบ่อย ๆ
ชักเป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วน forebrain ประกอบไปด้วยสมองใหญ่ (cerebrum) และส่วนหน้าสุดของก้านสมองทาลามัส (thalamus) ซึ่งทำให้สัตว์มีอาการหมดสติเกิดการหดเกร็งและ/หรือกระตุกของกล้ามเนื้อทั้งร่างกาย เรียกว่า generalized seizure หรือบางครั้งมีอาการแค่บางส่วนของร่างกายหรืออวัยวะ เช่น หน้ากระตุก เป็นต้น เราจะเรียกว่า partial seizure
สาเหตุการชักเกิดได้ทั้งจากนอกสมอง (extracranial disorder) คือความผิดปกตินอกสมอง เช่น ระบบเมแทบอลิซึมในร่างกายผิดปกติ เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แร่ธาตุในร่างกายต่ำ หรือเป็นโรคตับ โรคไต แล้วส่งผลให้ของเสียในเลือดสูง หรือได้รับสารเคมีบางอย่าง ยาบางอย่างที่ทำให้เกิดการชักได้ เป็นต้น
และอีกสาเหตุเกิดจากในสมองเอง (intracranial disorder) เป็นได้ทั้งความผิดปกติทางการทำหน้าที่ (functional disorder) คือมีการทำงานผิดปกติของเซลล์สมองเอง หรือความผิดปกติด้านโครงสร้าง (structural disorder) เช่น โรค hydrocephalus กะโหลกแตกจากการถูกตีและทำให้กะโหลกไปกดเนื้อสมองแล้วทำให้เกิดการชัก เป็นต้น
คำที่ใช้เรียกการชักในแบบต่างๆ
• Epileptic seizure เป็นอาการชักที่มีลักษณะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างแน่นอน เช่น ชักเป็นประจำทุกเดือน เป็นต้น
• Cluster seizure เป็นอาการชักที่เกิดขึ้นมากกว่า 1 ครั้งใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นการชักที่รุนแรง (serious) แล้ว และจะต้องมีการเริ่มให้กินยากันชัก
• Status epilepticus เป็นอาการชักรุนแรงต่อเนื่องมากกว่า 5-15 นาที หรือเป็นการชักติดกันหลายครั้งโดยไม่มีระยะที่สัตว์กลับคืนสติเลย ซึ่งการชักชนิดนี้เป็นการชักที่รุนแรงทำให้สัตว์เสียชีวิตได้ ต้องรีบรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
การวินิจฉัย
สัตวแพทย์จะทำการตรวจเพื่อหาสาเหตุของการชัก เช่น ตรวจนับเม็ดเลือด ตรวจค่าเคมีในเลือด การตรวจระดับน้ำตาล แร่ธาตุในเลือด การตรวจน้ำไขสันหลัง และฉายภาพสมอง (เช่น CT หรือ MRI) ข้อมูลเกี่ยวกับการชักที่เจ้าของสังเกตเห็น เช่น ช่วงที่เกิดอาการชัก ระยะเวลาที่เกิดอาการ และสิ่งที่สุนัขกำลังทำก่อนเกิดการชัก จะช่วยในการวินิจฉัยโรคได้
การรักษาการชัก
การรักษาการชักจะรักษาสาเหตุของการชักนั้นก่อน ร่วมกับการให้ยากันชัก โดยการใช้ยากันชักจะเริ่มเมื่อ:
• มีอาการชักมากกว่า 2 ครั้งใน 6 เดือน
• การชักนั้นเป็นแบบ cluster seizure หรือ status epilepticus
• สัตว์มี postictal sign > 24 ชั่วโมง
• การชักครั้งนั้นเกิดจาก structural disorder เช่น การถูกตีและทำให้กะโหลกไปกดเนื้อสมองแล้วทำให้เกิดการชัก
จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าการชักไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ดังนั้นถ้าพบว่าสัตว์เลี้ยงของท่านมีอาการชักเกิดขึ้น ให้รีบมาพบสัตวแพทย์โดยเร็วเพื่อที่จะได้รีบทำการวินิจฉัยและทำการรักษาได้โดยเร็ว
บทความโดย : นายสัตวแพทย์สมประสงค์ ชัยวิรัตน์ (คลินิกระบบประสาท โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก)
ชักเป็นอาการที่เกิดจากความผิดปกติของสมองส่วน forebrain ประกอบไปด้วยสมองใหญ่ (cerebrum) และส่วนหน้าสุดของก้านสมองทาลามัส (thalamus) ซึ่งทำให้สัตว์มีอาการหมดสติเกิดการหดเกร็งและ/หรือกระตุกของกล้ามเนื้อทั้งร่างกาย เรียกว่า generalized seizure หรือบางครั้งมีอาการแค่บางส่วนของร่างกายหรืออวัยวะ เช่น หน้ากระตุก เป็นต้น เราจะเรียกว่า partial seizure
สาเหตุการชักเกิดได้ทั้งจากนอกสมอง (extracranial disorder) คือความผิดปกตินอกสมอง เช่น ระบบเมแทบอลิซึมในร่างกายผิดปกติ เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ แร่ธาตุในร่างกายต่ำ หรือเป็นโรคตับ โรคไต แล้วส่งผลให้ของเสียในเลือดสูง หรือได้รับสารเคมีบางอย่าง ยาบางอย่างที่ทำให้เกิดการชักได้ เป็นต้น
และอีกสาเหตุเกิดจากในสมองเอง (intracranial disorder) เป็นได้ทั้งความผิดปกติทางการทำหน้าที่ (functional disorder) คือมีการทำงานผิดปกติของเซลล์สมองเอง หรือความผิดปกติด้านโครงสร้าง (structural disorder) เช่น โรค hydrocephalus กะโหลกแตกจากการถูกตีและทำให้กะโหลกไปกดเนื้อสมองแล้วทำให้เกิดการชัก เป็นต้น
คำที่ใช้เรียกการชักในแบบต่างๆ
• Epileptic seizure เป็นอาการชักที่มีลักษณะเกิดซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างแน่นอน เช่น ชักเป็นประจำทุกเดือน เป็นต้น
• Cluster seizure เป็นอาการชักที่เกิดขึ้นมากกว่า 1 ครั้งใน 24 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเป็นการชักที่รุนแรง (serious) แล้ว และจะต้องมีการเริ่มให้กินยากันชัก
• Status epilepticus เป็นอาการชักรุนแรงต่อเนื่องมากกว่า 5-15 นาที หรือเป็นการชักติดกันหลายครั้งโดยไม่มีระยะที่สัตว์กลับคืนสติเลย ซึ่งการชักชนิดนี้เป็นการชักที่รุนแรงทำให้สัตว์เสียชีวิตได้ ต้องรีบรับการรักษาอย่างเร่งด่วน
การวินิจฉัย
สัตวแพทย์จะทำการตรวจเพื่อหาสาเหตุของการชัก เช่น ตรวจนับเม็ดเลือด ตรวจค่าเคมีในเลือด การตรวจระดับน้ำตาล แร่ธาตุในเลือด การตรวจน้ำไขสันหลัง และฉายภาพสมอง (เช่น CT หรือ MRI) ข้อมูลเกี่ยวกับการชักที่เจ้าของสังเกตเห็น เช่น ช่วงที่เกิดอาการชัก ระยะเวลาที่เกิดอาการ และสิ่งที่สุนัขกำลังทำก่อนเกิดการชัก จะช่วยในการวินิจฉัยโรคได้
การรักษาการชัก
การรักษาการชักจะรักษาสาเหตุของการชักนั้นก่อน ร่วมกับการให้ยากันชัก โดยการใช้ยากันชักจะเริ่มเมื่อ:
• มีอาการชักมากกว่า 2 ครั้งใน 6 เดือน
• การชักนั้นเป็นแบบ cluster seizure หรือ status epilepticus
• สัตว์มี postictal sign > 24 ชั่วโมง
• การชักครั้งนั้นเกิดจาก structural disorder เช่น การถูกตีและทำให้กะโหลกไปกดเนื้อสมองแล้วทำให้เกิดการชัก
จากที่ได้กล่าวมาข้างต้นจะเห็นว่าการชักไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ดังนั้นถ้าพบว่าสัตว์เลี้ยงของท่านมีอาการชักเกิดขึ้น ให้รีบมาพบสัตวแพทย์โดยเร็วเพื่อที่จะได้รีบทำการวินิจฉัยและทำการรักษาได้โดยเร็ว
บทความโดย : นายสัตวแพทย์สมประสงค์ ชัยวิรัตน์ (คลินิกระบบประสาท โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก)


