แชร์

เชื้อบิดทางเดินอาหาร (Giardiasis)

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2026
47 ผู้เข้าชม

เชื้อบิดไกอาเดีย (Giardiasis)

เชื้อบิด หรือเรียกอีกอย่างว่า เชื้อโปรโตซัว (Protozoa) ชื่อว่าเชื้อบิดไกอาเดีย (Giardia lamblia) สามารถพบเชื้อได้ในลำไส้สัตว์ทั่วไป สุนัข แมว สัตว์ในปศุสัตว์ นก รวมทั้งในคนด้วย โดยเชื้อจะอาศัยอยู่ที่ผนังลำไส้ และคอยดูดซึมสารอาหารและแบ่งตัวภายในลำไส้ หลังสัตว์เลี้ยงได้รับเชื้ออาจจะแสดงอาการภายใน 3-10 วัน และสัตว์เลี้ยงที่มีเชื้อจะปล่อยเชื้อในลักษณะของซีสต์ (Cyst) ปนออกมากับอุจจาระได้นานเป็นสัปดาห์ และซีสต์สามารถอยู่ในสภาพแวดล้อมภายนอก ติดตามพื้น จาน ชาม อาหาร แหล่งน้ำ หรือพื้นหญ้า เศษใบไม้ ซีสต์อยู่ได้นานหลายสัปดาห์ หากสัตว์เลี้ยงไปเลียบริเวณที่มีซีสต์ หรือสัมผัสอุจจาระที่มีเชื้อโดยบังเอิญ ก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อบิดไกอาเดียได้ หรือในคนเองก็สามารถติดได้จากช่องทางเดียวกัน

การติดต่อในสัตว์เลี้ยง
• กินอุจจาระทั้งโดยตั้งใจหรือโดยบังเอิญ
• สัตว์เลี้ยงไปเหยียบอุจจาระมาแล้วมาเลียเท้าตัวเอง
• กินหญ้าที่ปนเปื้อนเชื้อระยะติดต่อเข้าไป
• กินน้ำจากแหล่งน้ำที่ไม่สะอาดและมีเชื้อเข้าไป

อาการ
เชื้อบิดไกอาเดียเข้าไปทำลายผนังลำไส้ และลดการทำงานของเอนไซม์ต่างๆ ในลำไส้ ทั้งสองสาเหตุทำให้การดูดซึมสารอาหาร น้ำ และอิเล็กโทรไลต์ลดลง ทำให้สัตว์เลี้ยงเกิดอาการภาวะท้องเสียเรื้อรัง น้ำหนักลด หรือในบางตัวอาจจะไม่แสดงอาการ ลักษณะของอุจจาระจะมีลักษณะนิ่ม ไม่ค่อยเป็นรูปเป็นร่าง สีอ่อน มีกลิ่นเหม็น มีเมือกมากกว่าปกติ หรือมีไขมันมาก หรือบางรายที่เป็นรุนแรงอาจจะมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำหรือมีเลือดปน มีอาการอาเจียน ขาดน้ำได้ ซึ่งสามารถพบได้ไม่มาก ส่วนมากเป็นการติดเชื้อเรื้อรังแบบไม่แสดงอาการมากกว่า แต่อาจจะแสดงอาการร่วมกับการติดเชื้อทางเดินอาหารอื่นๆ

การวินิจฉัย
สัตวแพทย์จะวินิจฉัยจากประวัติ อาการร่วมกับการส่องตรวจอุจจาระด้วยกล้องจุลทรรศน์ แต่การไม่พบเชื้อในอุจจาระอาจจะไม่ได้หมายความว่าสัตว์เลี้ยงนั้นไม่มีการติดเชื้อ เนื่องจากเชื้อบิดไกอาเดียจะปล่อยซีสต์ออกมาเป็นระยะ (intermittently shed) จึงอาจจะทำให้ตรวจไม่เจอได้ ถ้าหากยังสงสัยแต่ตรวจไม่พบเชื้อในตัวอย่างอุจจาระ อาจจะต้องทำการตรวจซ้ำในวันถัดไป หรือใช้วิธีการตรวจด้วยชุดทดสอบ (ELISA)

การรักษา
สัตวแพทย์จะรักษาโดยการให้ยาถ่ายพยาธิร่วมกับยาปฏิชีวนะประมาณ 7-10 วัน และในรายที่มีการท้องเสีย อาเจียน หรือมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วยจะแนะนำให้เข้าพักการรักษาให้น้ำเกลือเพิ่มเติม สำหรับลูกสุนัขและลูกแมว หากตรวจพบว่ามีการติดเชื้อ อาจจะต้องได้รับการดูแลใกล้ชิด ฝากรักษา 24 ชั่วโมง เพราะอาจจะเกิดภาวะช็อกจากการขาดน้ำ หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้ ดังนั้น หากสัตว์เลี้ยงมีอาการขับถ่ายผิดปกติ น้ำหนักลดควรรีบไปพบสัตวแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและรักษาทันที

การป้องกัน
• ทำความสะอาดอุจจาระในบริเวณที่สัตว์เลี้ยงขับถ่ายให้เร็วที่สุด เพื่อลดการปนเปื้อน หรืออย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง
• ทำความสะอาดชามน้ำ ชามอาหารสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ และผึ่งให้แห้ง ช่วยลดการปนเปื้อนได้
• การทำความสะอาดพื้นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 5-20 นาทีจึงล้างออก และจากนั้นจึงปล่อยให้แห้ง
• คอยตรวจเช็คและทำความสะอาดเท้าของสัตว์เลี้ยงหลังจากออกไปนอกบ้านมา เพื่อป้องกันการเลียกินเข้าไป
• ถ่ายพยาธิเป็นประจำช่วยลดการติดพยาธิทางเดินอาหาร เพื่อป้องกันเชื้อบิดฉวยโอกาสและก่อโรค


เรียบเรียงโดย สพ.ญ. นิรชรา ชมท่าไม้ (คลินิกอายุรกรรม, คลินิกระบบประสาท โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก)

ที่มา
https://www.msdvetmanual.com/digestive-system/giardiasis-giardia/overview-of-giardiasis
http://beckeranimalhospital.net/blog/giardia/


บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy