แชร์

แมวเหมียวเครียดง่ายกว่าที่คิด

อัพเดทล่าสุด: 5 ส.ค. 2026
34 ผู้เข้าชม
ชีวิตแมวนั้นดูจะแสนสบาย กินแล้วก็นอน งานก็ไม่ต้องทำ แต่รู้หรือไม่ แมวก็มีเรื่องให้เครียดอยู่เหมือนกัน เพื่อให้ผู้เลี้ยงแมวเข้าใจและดูแลแมวได้ดีขึ้น จึงขออธิบายภาวะเครียดในน้องแมวให้ฟัง

ความเครียดส่งผลเสียต่อร่างกาย แล้วแมวเครียดเรื่องอะไรกัน?
ความเครียดของแมวจะเกิดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน การเผชิญหน้ากับคนแปลกหน้าหรือสัตว์อื่นๆ ที่ไม่เคยพบ รวมถึงสถานการณ์ที่เป็นอันตราย หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำพื้นที่ซ้ำซาก ร่างกายจะถูกกระตุ้นให้หลั่งฮอร์โมนความเครียด ซึ่งจะเร่งอัตราการเต้นของหัวใจ ความดัน รวมทั้งระดับน้ำตาลในเลือด เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่จะต่อสู้ การเกิดความเครียดในระยะสั้นอาจไม่เป็นอันตราย แต่หากเครียดในระยะยาว การกระตุ้นร่างกายอย่างต่อเนื่องย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพของแมวแน่นอน

สาเหตุที่ทำให้แมวเครียด
สถานการณ์หลายอย่างที่คนนึกไม่ถึงว่าจะเป็นสาเหตุทำให้แมวเครียดได้ ยกตัวอย่างเช่น:
1. ความเบื่อ : เมื่อวิถีชีวิตทุกวันซ้ำซากเกินไป
2. กังวลเรื่องอาณาเขต : ต้องคอยทะเลาะหรือขัดแย้งกับสัตว์อื่นในบ้าน
3. เสียงดัง : เช่น เสียงฟ้าผ่า, พลุ, เสียงปืน, เสียงเพลงดัง หรือการจัดปาร์ตี้
4. ถูกปล่อยให้อยู่บ้านลำพัง : โดยไม่มีคนหรือสัตว์ที่คุ้นเคยซึ่งรู้สึกว่าเป็นครอบครัวอยู่ด้วย
5. การเปลี่ยนตารางเวลาหรือสิ่งแวดล้อม : เช่น การปรับเปลี่ยนวิถีประจำวัน หรือการย้าย/เปลี่ยนเฟอร์นิเจอร์ในบ้าน
6. ปัญหาเรื่องเล็บ : ถูกตัดเล็บ หรือไม่มีที่สำหรับลับเล็บ
7. สมาชิกใหม่ : การมีคนหรือสัตว์เลี้ยงตัวใหม่เข้ามาในครอบครัว
8. ทรัพยากรไม่เพียงพอ : เช่น มีแมวมากกว่า 1 ตัว แต่มีถาดน้ำและอาหารแค่อันเดียว จนต้องใช้ร่วมกัน ซึ่งสร้างความกดดันให้แมว โดยปกติต้องจัดเตรียมถาดน้ำ ถาดอาหาร และกระบะทรายให้มากกว่าจำนวนแมว 1 ชุด (สูตร N+1) เช่น หากมีแมว 5 ตัว ควรมีถาดน้ำ ถาดอาหาร และกระบะทราย 6 ชุด โดยวางกระจายให้ทั่วบ้าน
9. ปรสิตรบกวน : เช่น การติดหมัด หรือไรในหู
10. การย้ายสถานที่หรือเดินทาง : เช่น การนั่งรถ, การไปหาหมอ, ไปอาบน้ำ หรือเดินทางไปสถานที่ใหม่ๆ

พฤติกรรมที่แสดงว่าแมวเครียด
แมวจะแสดงออกผ่านพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป เช่น อยู่นิ่งไม่ได้ ร้องเสียงดัง มีอาการสั่น ส่งเสียงขู่ บางตัวจะหาที่ซ่อนตัว หรือแสดงพฤติกรรมที่ผิดธรรมชาติ เช่น:
• เลียขนทำความสะอาดตัวเองมากเกินไป : เป็นพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำในสัตว์ที่เบื่อหรือเครียดจัด ส่งผลให้ขนร่วงเป็นวงกว้าง และอาจเกิดผิวหนังอักเสบติดเชื้อตามมา
• เคี้ยวปากจนน้ำลายยืด
• ทำลายข้าวของ : ข่วนเฟอร์นิเจอร์, รองเท้า, หมอน, ผนัง หรือประตู
• ปัสสาวะไม่เป็นที่ : ปัสสาวะนอกกระบะทราย
• เบื่ออาหาร : ไม่ยอมกินอาหาร

หากปล่อยให้แมวเครียดหนักเป็นระยะเวลานาน อาจส่งผลให้แมวเจ็บป่วยตามมาได้

วิธีการดูแลรักษาแมวเครียด
เราสามารถช่วยบรรเทาความเครียดของแมวได้ โดยพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น แต่หากยังไม่แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุใด สามารถลองใช้เทคนิคเหล่านี้ได้:

1. พูดคุยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน : แมวรับรู้อารมณ์และโทนเสียงได้เร็วมาก การใช้เสียงนุ่มนวลจะช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัย
2. นวดและลูบตัวเบาๆ : ทำในห้องที่เงียบสงบ วิธีนี้ช่วยลดความเครียดได้ทั้งแมวและผู้เลี้ยง
3. เล่นด้วยของเล่นที่ชอบ : ช่วยผ่อนคลาย สร้างการออกกำลังกาย และช่วยลดความเบื่อ
4. ใช้เครื่องหอมธรรมชาติ : เช่น กัญชาแมว (Catnip) ช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย
5. ให้ขนมที่ชอบ : เป็นการสร้างความพึงพอใจและลดความตึงเครียด
6. จัดเตรียมพื้นที่เฉพาะ : จัดให้มีที่สำหรับลับเล็บ ปีนป่าย หรือคอนโดแมวสำหรับนั่งมองนกข้างนอก ซึ่งดีต่อกล้ามเนื้อและทำให้แมวมีความสุข
7. ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อใช้ยา : แมวบางตัวที่มีภาวะเครียดรุนแรงอาจจำเป็นต้องใช้ยาลดความเครียด โดย ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์เท่านั้น ไม่ควรซื้อยาให้กินเองเนื่องจากแมวไวต่อยาหลายชนิดและอาจเกิดอันตรายถึงชีวิตได้

บทความโดย : นายสัตวแพทย์สมประสงค์ ชัยวิรัตน์ (คลินิกระบบประสาท โรงพยาบาลสัตว์เมืองเอก)

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy